นวัตกรรมการบำบัดน้ำและกำจัดตะกรันอัตโนมัติ
ด้วยเทคโนโลยี ESR

เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบน้ำ ลดการเกิดตะกรัน
และยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรในอุตสาหกรรม

ลดตะกรัน
ลดการเกิดตะกรัน
ในระบบน้ำ
เพิ่มประสิทธิภาพ
เพิ่มประสิทธิภาพ
การทำงานของเครื่องจักร
ยืดอายุการใช้งาน
ยืดอายุอุปกรณ์
และลดค่าบำรุงรักษา
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ลดการใช้สารเคมี
และประหยัดพลังงาน

Electrolysis (อิเล็กโทรลิซิส) คือกระบวนการทางเคมีไฟฟ้าที่อาศัยพลังงานจากกระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DC) โดยผ่านตัวกลางที่เป็นขั้วไฟฟ้า (Electrodes) ซึ่งประกอบด้วยขั้วบวก (Anode) และขั้วลบ (Cathode) ที่จุ่มอยู่ในน้ำที่มีสารละลายจำพวกเกลือหรือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) เพื่อให้เกิดปฏิกิริยารีดักชันและออกซิเดชันที่ขั้วไฟฟ้า ปฏิกิริยานี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีของน้ำและแร่ธาตุต่างๆ เช่น การลดความกระด้าง สี และจุลินทรีย์ในน้ำ

กลไกการเปลี่ยนแปลงทางเคมีผ่านปฏิกิริยารีดอกซ์และออกซิเดชัน

หัวใจสำคัญของกระบวนการนี้อยู่ที่การเหนี่ยวนำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่าปฏิกิริยารีด็อกซ์ (Redox Reaction) ซึ่งแบ่งการทำงานออกเป็นสองส่วนหลักตามขั้วไฟฟ้า ในส่วนของขั้วลบหรือแคโทดจะเกิดปฏิกิริยารีดักชันซึ่งเป็นการรับอิเล็กตรอน ส่งผลให้โมเลกุลของน้ำแตกตัวและสร้างสภาวะความเป็นด่างสูงขึ้นบริเวณผิวหน้าขั้วไฟฟ้า ในขณะที่ขั้วบวกหรือแอโนดจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันซึ่งเป็นการสูญเสียอิเล็กตรอน ทำให้ไอออนของคลอไรด์ในน้ำเปลี่ยนสภาพเป็นก๊าซคลอรีนและสารประกอบออกซิแดนท์อื่นๆ

กระบวนการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนที่ของประจุ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างระดับโมเลกุลของทั้งตัวทำละลายและแร่ธาตุที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระดับนาโนในน้ำ และในโมเลกุลอื่นๆ ในการผลิต ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระดับนาโนในน้ำ และในสารประกอบอนินทรีย์ต่างๆ ในการผลิต ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระดับโมเลกุลนั้นออกจากการจัดจำ

ESR System

ปัญหาในระบบน้ำอุตสาหกรรม: อุปสรรคที่บั่นทอนประสิทธิภาพการผลิต

ในระบบหล่อเย็นอย่างคูลลิ่งทาวเวอร์ ปัญหาที่พบบ่อยและหลีกเลี่ยงได้ยาก คือการสะสมของสิ่งปนเปื้อนหลากรูปแบบ โดยมีสาเหตุหลักมาจากสารละลายแร่ธาตุอนินทรีย์ เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต และฟอสเฟต ที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำ เมื่อน้ำเกิดการระเหยขึ้นบางส่วนสารละลายเหล่านี้จะมีความเข้มข้นสูงขึ้นจนเกิดการตกตะกอนแข็ง หรือที่เราเรียกกันว่า "ตะกรัน" (Scale)

การสะสมของตะกรันดังกล่าวส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความร้อนโดยตรง นำมาซึ่งการสิ้นเปลืองพลังงาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และเพิ่มภาระในการบำรุงรักษา ซึ่งส่วนให้เกิดการเสียหายต่ออุปกรณ์ และเพิ่มต้นทุนการผลิตโดยรวม

ESR System

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่เรื่องความสกปรก แต่เป็นต้นเหตุของความเสียหายในวงกว้าง

  • ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความร้อนลดลง: ชั้นตะกรันที่หนาตัวจะทำหน้าที่เป็นฉนวนกั้นความร้อน ทำให้เครื่องจักรทำงานหนักขึ้นและสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า
  • การอุดตันและกลิ่นไม่พึงประสงค์ (Fouling): ของแข็งแขวนลอยและฝุ่นละอองในอากาศจะสะสมจนเกิดการอุดตันตามหัวฉีดสเปรย์และคอยล์ ส่งผลให้ระบบทำงานผิดเพี้ยน
  • แหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค (Biological Activity): สภาพแวดล้อมที่อุ่นและชื้นเป็นจุดเริ่มต้นของตะไคร่น้ำและแบคทีเรียอันตรายอย่าง Legionella ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขอนามัย
  • การกัดกร่อน (Corrosion): การสะสมของตะกอนภายใต้สภาวะน้ำที่ไม่สมดุลจะเร่งปฏิกิริยากัดกร่อนโลหะ ทำให้อุปกรณ์มีอายุการใช้งานสั้นลงอย่างรวดเร็ว
ESR System

จากการทดสอบและเปรียบเทียบคุณภาพน้ำในสภาวะการใช้งานจริง เทคโนโลยี Electrolytic Scale Remover (ESR) แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันเหนือชั้นในการปรับปรุงคุณภาพน้ำหมุนเวียนภายในระบบหล่อเย็น ซึ่งสามารถจำแนกความแตกต่างได้อย่างชัดเจนดังนี้

ESR

ผลลัพท์ที่เห็นได้ชัด

สภาวะก่อนการบำบัด (BEFORE)
น้ำมันและตะกอน
ตะกรันเกาะหนา
ตะไคร่น้ำและตะกรัน
คุณภาพน้ำต่ำ
สภาวะหลังการบำบัด (AFTER)
น้ำใสสะอาด
ตะกรันลดลงมาก
ผิวสัมผัสสะอาดขึ้น
คุณภาพน้ำดีขึ้น

น้ำหมุนเวียนในระบบมีค่าความขุ่นสูง (High Turbidity) และมีสีน้ำตาลอมเหลืองเข้มอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการสะสมของสารอินทรีย์ สนิมจากปฏิกิริยากัดกร่อน และตะกอนแขวนลอยปริมาณมาก สภาวะน้ำที่ไร้สมดุลเช่นนี้คือก้าวแรกของการเกิดตะกรันแข็ง (Hard Scale) ที่จะเข้าไปยึดเกาะตามผิวสัมผัสความร้อน ส่งผลให้ระบบทำงานหนักเกินความจำเป็น และนำไปสู่ความเสียหายของเครื่องจักรในระยะยาว

ภายหลังการติดตั้งระบบบำบัดน้ำ คุณภาพน้ำมีการปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยน้ำมีความใสสะอาดและสามารถควบคุมการเกิดตะไคร่น้ำได้อย่างเบ็ดเสร็จ ที่สำคัญคือค่าสารละลายรวมในน้ำ (EC/TDS) ลดลงอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ระบบแลกเปลี่ยนความร้อนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

ประโยชน์ที่ได้รับ

ลดการใช้พลังงาน
ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ยืดอายุอุปกรณ์
ลดค่าบำรุงรักษา
เพิ่มประสิทธิภาพ
การผลิต
ระบบทำงานได้เต็มสมรรถนะ
เป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อม
ลดการใช้สารเคมี
ระบบอัตโนมัติ
ดูแลรักษาง่าย
ทำงานอัตโนมัติตลอด 24 ชม.